วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กว่าจะมาเป็นป๊ะป๋าของเรา

Sir Alexander Chapman Ferguson

ชื่อ : อเล็กซานเดอร์ แชปแมน เฟอร์กูสัน หรือที่เรารู้จักกันดี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
วัน เดือน ปีเกิด : 31 ธันวาคม ค.ศ. 1941 (พ.ศ.2484)

สถานที่เกิด : กลาสโกว์, สกอตแลนด์
เคยคุมทีม
: อเบอร์ดีน, เซนต์ เมอร์เรน, อีสต์ สเตอร์ลิง
เหรียญรางวัลที่เคยได้รับ

พรีเมียร์ชิพ : 1993, 1994, 1996, 1997, 1999, 2000, 2001, 2003 ,2007 ,2008
เอฟเอ คัพ : 1990, 1994, 1996, 1999, 2004
ลีก คัพ :1992, 2006, 2008
เอฟเอ แชร์ริตี้ ชิลด์ :1990, 1993, 1994, 1996, 1997, 2003 ,2007 ,2008
สกอตติช พรีเมียร์ ลีก : 1980, 1984, 1985
สกอตติช ดิวิชั่น 1 : 1977
สกอตติช เอฟเอ คัพ : 1982, 1983, 1984, 1986
สกอตติช ลีก คัพ : 1986
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก :1998-99 ,2007-2008
ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ : 1983, 1991
ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ : 1983, 1991
อินเตอร์ คอนติเนนทัล คลับ คัพ : 1999

ประวัติ ครอบครัว เซอร์อเล็กเฟอร์สัน เป็นลูกของ อเล็กซานเดอร์ บีตัน เฟอร์กูสัน (Alexander Beaton Ferguson) และ อลิซาเบท ฮาร์ดี้ (Elizabeth Hardie) มีน้องชายหนึ่งคน คือ มาร์ติน เฟอร์กูสัน ที่อ่อนกว่า 1 ปี เซอร์อเล็กเฟอร์กูสัน เกิดที่บ้านของย่า ของเค้า บนถนน ชิลล์ฮอล์ สกอตแลนด์ เฟอร์กูสันโตขึ้น ในเมืองกลาสโกว์ นี่เอง เซอร์อเล็กเฟอร์กูสัน แต่งงานกับ แคร์ที เฟอร์กูสัน ในปี 1966 มีลูกด้วยกัน 3 คน คือ มาร์ค,ดาร์เรน และ เจสัน ซึ่ง ดาร์เรน เฟอร์กูสัน ก็เจริญรอยตามพ่อ โดยปัจจุบันได้ เป็นผู้จัดการทีม ปีเตอร์ สเบิร์ก เช่นกัน

การเริ่มชีวิต ค้าแข้ง ในวงการฟุตบอล อเล็กซานเดอร์ แชปแมน เฟอร์กูสัน หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาก็เหมือน กับผู้จัดการทีมทั่วๆ ไป ที่มีจุดเริ่มต้นแบบธรรมดา ไม่หวือหวาอะไร เมื่อครั้งยังเด็กเขาถูกส่ง ไปเป็นลูกมือในอู่ต่อเรือ Clyde และได้ก้าวเข้าสู่วงการฟุตบอล โดยเริ่มเล่น ฟุตบอลสมัคร เล่น กับทีม ควีนส์ พาร์ค เขาลงเล่นนัดแรกในลีกกับตำแหน่ง ศูนย์หน้าตัวกลาง ในดิวิชั่น 2 พบกับ สตรานเรอร์ ในปี 1957 แล้วย้ายไปเล่นกับ เซนต์ จอห์นสโตน เป็นการชั่วคราวในปี 1960 และเริ่มเล่นเป็นอาชีพเมื่อย้ายไปอยู่กับ ดันเฟิร์มลิน ในปี 1964

ฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของเขาทั้งในลีกและ ในฟุตบอลระดับยุโรป ได้ดึงดูดความสนใจของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทีมโปรดของเขาในสมัยเด็ก และ 3 ปีหลังจากร่วมเล่นกับทีม ดันเฟิร์มลิน เขาก็ย้ายออกจากทีมด้วยค่าตัว 65,000 ปอนด์ เพื่อไปอยู่กับทีมบ้านเกิดของเขาคือ เรนเจอร์ส นั่นเอง อย่างไรก็ดี ความใฝ่ฝันที่คิดไว้ในถิ่น ไอบร็อกซ์ สเตเดี้ยม กลับไม่เป็นอย่างที่หวังเอาไว้ เขาล้มเหลวในการเล่นให้กับทีมในฝันของเขา และถูกขายให้กับ ฟอลเคิร์ก ในปี 1969 ที่ซึ่งเขาได้เริ่มต้นชิมลางการเป็นโค้ชอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะย้ายไปเล่นกับ เอวายอาร์ ยูไนเต็ด ในปี 1973 แต่กลับกลายเป็นทางแยกให้กับอาชีพค้าแข้งของเขา

จากความหลงใหลในธุรกิจฟุตบอล เมื่อเขาอายุได้ 32 ปี เขาก็ประกาศแขวนสตั๊ด และหันหน้าเข้ามาเริ่มเป็นผู้จัดการทีมกับ สโมสร อีสต์ สเตอร์ลิง ในเดือนกรกฎาคม 1974 แต่เป็นช่วงเวลาอันแสนสั้น เมื่อเขาตัดสินใจย้ายไปคุมทีม เซนต์ เมอร์เรน ในดิวิชั่น 1 ในเดือน ตุลาคม ปีเดียวกัน เขาประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อนำทีมคว้าถ้วยแชมป์ในปี 1976/77 แต่แทนที่คุมทีมต่อไปด้วยตัวผู้เล่นที่จำกัด อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กลับลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีม เนื่องจากมีการโต้เถียงเกิดขึ้น ระหว่างตัวเขาเองและประธานสโมสร

เขาลาออกจาก เซนต์ เมอร์เรน และมีหลายสโมสรใน สกอตแลนด์ ที่สนใจดึงเขามาคุมทีม แต่เขาเลือกที่จะไปอยู่กับ อเบอร์ดีน ในเดือนสิงหาคม ปี 1978 เขาได้สร้างทีมที่แข่งแกร่งขึ้นมาเท่าเทียมกับทีมใหญ่ๆ อย่าง เรนเจอร์ส และ เซลติก ในช่วงเวลาที่แสนสั้น โดยส่งผลให้เขานำทีมคว้าแชมป์ สกอตติช พรีเมียร์ลีก ถึง 3 ครั้ง, สกอตติช คัพ 4 ครั้ง และ ลีก คัพ 1 ครั้ง ในยุค 80 แต่เหนือสิ่งอื่นใดชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาทำได้ ก็คือในปี 1983 เมื่อเขานำทัพขุนพล อเบอร์ดีน เอาชนะ เรียล มาดริด ได้ 2 - 1 ในศึก ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เมื่อเขาได้เข้ามาคุมทีมชาติ สกอตแลนด์ ชั่วคราวในศึกฟุตบอลโลกที่ เม็กซิโก ในปี 1986 แทนที่ จ็อค สตีน ที่เสียชีวิตลง แล้วเขาก็ปฏิเสธข้อเสนอจาก บาร์เซโลน่า, อาร์เซนอล, เรนเจอร์ส และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส เพื่อเข้ามาคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจาก รอน แอตกินสัน ในวันที่ 7 พฤศจิกายน ปี 1986


วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

OLD TRAFFORD


โอลด์แทรฟฟอร์ด โรงละครแห่งความฝัน
ที่ตั้ง เซอร์แมตต์บัสบี้เวย์,โอลด์แทรฟฟอร์ด,แมนเชสเตอร์,อังกฤษ
ลงเสาเข็ม 1909
เปิดใช้สนาม 1910
เจ้าของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ผู้ควบคุม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
มูลค่าการก่อสร้าง 90,000 ปอนด์ (1909)
สถาปนิก Archibald Leitch (1909)
ผู้ดูแล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก) (1910–present)
ความจุที่นั่ง 76,212

ย้อนกลับไปในอดีตตอนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังใช้ชื่อเดิมว่า นิวตัน ฮีธ พวกเขาเป็นเพียงสโมสรฟุตบอลเล็กๆ ทีมหนึ่งและได้เข้าร่วมแข่งขัน ฟุตบอลลีก ในปี 1892
และมีสนามเหย้าที่เข้าขั้นแย่ที่สุดอย่าง "นอร์ท โร้ด" ในมอนซอลล์ ซึ่งสนามมีสภาพราวกับปลักโคลน และห้องแต่งตัวก็อยู่ห่างไกลออกไปกว่าครึ่งไมล์ที่ผับ ทรีคราวน์ส
แต่ปัจจุบันสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสนามที่ทันสมัย มีสาธารณูปโภค ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร อีกทั้งพลพรรคปีศาจแดง สามารถแต่งตัวให้พร้อมก่อนลงสนามได้โดยไม่สร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าในผับท้องถิ่นอีกต่อไป

การย้ายสนามจาก "นอร์ท โร้ด" สู่ "แบงค์ สตรีท" นั้นสภาพสนามไม่แตกต่างกันมากนักและถูกวิพากษ์วิจารณ์กันว่าพื้นสนามนั้นย่ำแย่มาก ประธานสโมสร จอห์น เดวี่ส์ จึงได้ตัดสินใจย้ายห่างจากตัวเมืองไปอีก 5-6 ไมล์ ที่นั่นคือ "แทรฟฟอร์ด พาร์ค" ย่านชานเมือง แมนเชสเตอร์ และเขาได้เรียกสนามแห่งใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่า "โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ในปี ค.ศ. 1909 เดวี่ส์ ยอมควักเงินจำนวน 60,000 ปอนด์ เพื่อซื้อที่ดินแปลงหนึ่งใน แทรฟฟอร์ด ปาร์ค และเนรมิตให้กลายบ้านแห่งใหม่ของสโมสร สนาม "โอลด์ แทรฟฟอร์ด" มีความจุผู้ชมได้สูงถึง 80,000 คน และเปิดประตูต้อนรับแฟนบอลเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1910 แต่ก็เป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีนักเมื่อทีมพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล 4-3 ในช่วงนั้นแฟนบอลส่วนใหญ่ต้องยืนดูเกมการแข่งขัน แต่ก็ถือเป็นสังเวียนฟาดแข้งที่ให้ความสะดวกสบาย แฝงด้วยความหรูหราโดยไม่มีสนามแห่งใดในยุคเดียวกันจะเทียบเท่าได้ ไม่ว่าจะในเรื่อง เก้าอี้พับเก็บได้ มีห้องจิบน้ำชา และคนคอยบริการชี้ทาง พาไปหาที่นั่ง มีห้องเล่นเกม มีโรงยิม และอ่างอาบน้ำขนาดยักษ์ สำหรับนักเตะด้วย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการสนามใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมเพื่อรองรับผู้ชมจำนวน 120,000 คน ให้ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาไม่มีงบประมาณพอที่จะก่อสร้างได้ ซึ่งทำได้เพียงแค่สร้าง เมน สแตนด์ ขึ้นใหม่แทนที่ของเดิมที่ถูกทำลายเท่านั้น ในวันที่ 24 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1949 ทีมปีศาจแดงได้กลับมายังถิ่นของพวกเขาอีกครั้ง ท่ามกลางฝูงชนกว่า 41,000 คน และสามารถเอาชนะ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ได้ในเกมนัดแรกของรอบ 10 ปีที่กลับมาเล่น ณ สนามแห่งนี้

"โอลด์ แทรฟฟอร์ด" เริ่มสว่างไสวนับตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1957 เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลยุโรป เกมกลางสัปดาห์ซึ่งต้องเล่นในช่วงเย็น นั่นหมายถึงพวกเขาต้องมีไฟสนาม และเกมนัดแรกภายใต้แสงไฟคือก็คือเกมลีก เมื่อ 25 มีนาคม ปี ค.ศ. 1957 ในขณะที่ทีใหญ่อย่าง รีล มาดริด คือทีมแรกจากยุโรปที่มาเล่นภายใต้ไฟสนามใหม่ชั้นยอดที่นี่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสนามใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 28 ล้านปอนด์ ยูฟ่า ซึ่งเป็นองค์กรควบคุมเกมฟุตบอลของยุโรป เรียก "โอล์ด แทรฟฟอร์ด" ว่าเป็นสนามที่ดีที่สุดในอังกฤษ และใช้รองรับเกมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 96 ถึง 5 นัด แต่ด้วยความสำเร็จในช่วงทศวรรษที่ 90 จำนวนแฟนบอลที่ต้องการเข้าชมเกมมีมากขึ้น ปลายฤดูกาล 1999/2000 อัฒจันทร์ฝั่ง อีสต์ สแตนด์ ได้ถูกปรับปรุงใหม่จนสามารถเพิ่มความจุผู้ชมเป็น 61,000 ที่นั่ง หลังจากนั้นต้นฤดูกาล 2000/01 อัฒจันทร์ฝั่ง สเตรตฟอร์ด เอนด์ ก็ได้ถูกปรับปรุงใหม่เช่นกันโดยเพิ่มที่นั่งเป็น 2 ชั้น จนกระทั่งปัจจุบันความจุของสนามสุทธิคือ 68,217 ที่นั่ง มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสโมสรฟุตบอลทั้งหมดในเกาะอังกฤษ

แผนการขยายความจุผู้ชมของสนาม "โอล์ด แทรฟฟอร์ด" ในอนาคตคือ 90,000 ที่นั่ง ที่มุมสนามทั้ง 2 มุม ของอัฒจันทร์ฝั่ง นอร์ท สแตนด์ ต่อกันกับ สเตรตฟอร์ด เอนด์ และ อีสต์ สแตนด์ โดยที่อัฒจันทร์ฝั่ง เซาธ์ สแตนด์ นั้นการขยายความจุเป็นไปได้ยากเพราะอยู่ใกล้กับทางรถไฟ ซึ่งเคยมีผู้เสนอให้ขยายโดยสร้างอัฒจันทร์ชั้นที่ 3 คร่อมทางรถไฟ ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีทางวิศวกรรมสมัยใหม่และมีค่าใช่จ่ายที่สูงมาก แต่ด้วยจำนวนแฟนบอลที่เพิ่มขึ้นมากมายจากทั่วทุกมุมโลก ทุกคนต่างปารถนาจะมาชมเกมการแข่งขัน ณ โรงละครแห่งความฝัน รูปลักษณ์ของ "โอล์ด แทรฟฟอร์ด" ในอนาคตอาจจะเปลี่ยนไป ...ไม่แน่ว่าอาจเป็นสนามฟุตบอลแห่งแรกในโลกที่มีอัฒจันทร์คร่อมรางรถไฟ...นับว่ามหัศจรรย์จริงๆ